การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหา
เครื่องมือที่ใช้ในการจำลองความคิด

มักจะประกอบขึ้นด้วยเครื่องหมายที่แตกต่างกันหลายอย่าง แต่พอสรุปได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การจำลองความคิดเป็นข้อความหรือคำบรรยาย (Algorithm)
เป็นการเขียนเค้าโครงด้วยการบรรยายเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกัน เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการทำงานของการแก้ปัญหาแต่ละตอน ในบางครั้งอาจใช้คำสั่งของภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมก็ได้
2. การจำลองความคิดเป็นสัญลักษณ์หรือผังงาน (Flowchart)
สัญลักษณ์ คือ เครื่องหมายรูปแบบต่างๆ ซึ่งใช้สำหรับสื่อสารความหมายให้เข้าใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา ได้กำหนดสัญลักษณ์ไว้เป็นมาตรฐานแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมต่อไป

รหัสลำลองหรือ pseudocode เป็นคำบรรยายที่เขียนแสดงขั้นตอนวิธี(algorithm) ของการเขียนโปรแกรม โดยใช้ภาษาที่กะทัดรัด สื่อสารกับโปรแกรมเมอร์ผู้เขียนโปรแกรม โดยอาจใช้ภาษาที่ใช้ทั่วไปและอาจมีภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประกอบ แต่ไม่มีมาตรฐานแน่นอนในการเขียน pseudocode และไม่สามารถนำไปทำงานบนคอมพิวเตอร์โดยตรง(เพราะไม่ใช่คำสั่งในภาษาคอมพิวเตอร์) และไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง นิยมใช้ pseudocode แสดง algorithm มากกว่าใช้ผังงาน เพราะผังงานอาจไม่แสดงรายละเอียดมากนักและใช้สัญลักษณ์ซึ่งทำให้ไม่สะดวกในการเขียน เช่นโปรแกรมใหญ่ ๆ มักจะประกอบด้วยคำสั่งต่างๆที่ใกล้เคียงกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจริงๆ เช่น begin…end, if…else, do…while, while, for, read และ print การเขียนรหัสจำลองจะต้องมีการวางแผนสำหรับการอ้างอิงถึงข้อมูลต่างๆที่จะใช้ในโปรแกรมด้วยการสร้างตัวแปร โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ (=) แทนการกำหนดค่าให้กำหนดตัวแปรนั้นๆ

ผังงาน (flowchart) คือ แผนภาพซึ่งแสดงลำดับขั้นตอนของการทำงาน โดยแต่ละขั้นตอนจะถูกแสดงโดยใช้สัญลักษณ์ซึ่งมีความหมายบ่งบอกว่า ขั้นตอนนั้น ๆ มีลักษณะการทำงาน ทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ ว่าในการทำงานนั้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง และมีลำดับอย่างไร

ประเภทของผังงาน
1. ผังงานระบบ (system flowchart) เป็นผังซึ่งแสดงขอบเขต และลำดับขั้นตอนการทำงานของระบบหนึ่ง ๆ
2. ผังงานโปรแกรม (Program flowchart) เป็นผังงานซึ่งแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหนึ่ง ๆ
การใช้สัญลักษณ์
จะใช้สัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพแทนคำสั่งการทำงานโดยจะไม่ใช้คำอธิบายลักษณะการทำงาน มีลูกศรแสดงทิศทางการไหลของข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นไปสิ้นสุดโปรแกรม


โครงสร้างการเขียนผังงาน
เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเขียนผังงาน เนื่องจากเขียนได้ง่ายและนำไปใช้งานมากที่สุด







ผังงานโปรแกรมสามารถนำมาใช้เขียนโปรแกรม โดยในการเขียนโปรแกรมสามารถเลือกใช้ภาษาได้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาแอสเซมบลี ภาษาเบสิก ภาษาซี ภาษาปาสคาล ภาษาโคบอล ภาษาฟอร์แทรน หรือภาษาอื่น ๆ ซึ่งแต่ละภาษาก็มีรูปแบบไวยากรณ์ของภาษาที่ใช้แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีรูปแบบหรือโครงสร้างของคำสั่งที่คล้ายกัน โดยทั่วไปทุกคำสั่งจะมีคำสั่งพื้นฐานต่อไปนี้
• คำสั่งการรับข้อมูลเข้า และการแสดงผล
• คำสั่งการกำหนดค่า
• คำสั่งการเปรียบเทียบเงื่อนไข
• คำสั่งการทำซ้ำหรือการวนลูป

• ช่วยให้สามารถทำความเข้าใจลำดับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหรือระบบใด ๆได้อย่างรวดเร็ว
• ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน ทำให้สามารถเขียนโปรแกรมได้อย่างเป็นระบบไม่สับสน นอกจากนี้ผังงานยังเป็นอิสระต่อภาษาที่ใช้ในการ เขียนโปรแกรม กล่าวคือจากผังงานเดียวกันสามารถนำไปเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใดก็ได้
• ช่วยในการตรวจสอบ และแก้ไขโปรแกรมได้ง่าย เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ช่วยให้การดัดแปลง แก้ไข ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
• ช่วยให้ผู้อื่นสามารถศึกษาการทำงานของโปรแกรมได้อย่างง่าย และรวดเร็ว
การประกาศตัวแปรและการกำหนดค่า
โดยที่ Data_type คือ ชื่อของประเภทข้อมูลของตัวแปร ที่สามารถเก็บค่าได้ เช่น int, float
variable_name คือ ชื่อของตัวแปรที่ผู้ใช้กำ หนดเอง ถ้าในประเภทนั้นมีมากกว่า 1 ตัวให้ใช้เครื่องหมาย , แยก และจบประโยคด้วยเครื่องหมาย ; (semi-colon)
variable_name คือ ชื่อของตัวแปรที่ผู้ใช้กำ หนดเอง ถ้าในประเภทนั้นมีมากกว่า 1 ตัวให้ใช้เครื่องหมาย , แยก และจบประโยคด้วยเครื่องหมาย ; (semi-colon)
การประกาศตัวแปรเพื่อใช้ในโปรแกรมของ C มี 2 ลักษณะ คือ
1. definition คือ เป็นการประกาศเพื่อกำ หนดความหมาย เป็นประโยคคำ สั่งที่ประกอบด้วย ชื่อประเภทของตัวแปร และตัวแปร โดยทั่วไปมักจะประกาศไว้ตอนต้น ๆ ของฟังก์ชัน หรือโปรแกรม เช่น
2. การประกาศแบบกำหนดค่า ณ ตำ แหน่งที่ใช้ หมายถึง การประกาศตัวแปร ณ ตำแหน่งที่ต้องการใช้ตัวแปรในโปรแกรม ก็จะประกาศพร้อมกับหนดค่าให้กับตัวแปรทันที ดังตัวอย่างโปรแกรมตัวอย่างโปรแกรม pos_var.cpp แสดงวิธีการประกาศตัวแปร ณ จุดที่ต้องการใช้ในโปรแกรม
วิธีการกำหนดค่าให้แก่ตัวแปรใน C ทำ ได้ ดังนี้
1. การใช้ประโยคคำ สั่งเครื่องหมายเท่ากับ (=) โดยกำ หนดให้ชื่อตัวแปรที่จะใช้เก็บค่าอยู่ทางซ้ายมือของ เครื่องหมาย = ตัวแปรหรือค่าคงที่อยู่ทางด้านขวาของเครื่องหมาย ดังเช่นตัวอย่างโปรแกรมต่อไปนี้
ตัวอย่างโปรแกรม variable.c แสดงการกำ หนดค่าคงที่ให้กับตัวแปรในโปรแกรม โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ =
2. การกำหนดค่าเริ่มต้นให้แก่ตัวแปร เมื่อมีการประกาศใช้ตัวแปรในลักษณะ definition มีการกำหนค่าคงที่ให้แก่ตัวแปรทันที
ตัวอย่างโปรแกรม varia2.c แสดงการกำหนดค่าให้แก่ตัวแปร number, sales, purchase ด้วยเครื่องหมาย = เมื่อประกาศตัวแปรในโปรแกรม
ผลการค้นหา
การกำหนดตัวแปรคงที่(Constant)ตัวแปรคงที่หรือคอนสแตนต์ (Constant) หมายถึง ตัวแปรที่เก็บค่าคงที่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การกำหนดคอนสแตนต์ มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรนั้นในขณะทำงาน รูปแบบการกำหนดค่าคอนสแตนต์ ใช้คำ ว่า const นำ หน้าประเภทข้อมูลและชื่อคอนสแตนต์ ดังนี้
const ชนิดข้อมูล ชื่อคอนสแตนต์ = ค่าคงที่;
ตัวอย่างเช่น
const int Day = 7;
········· const int month = 12;
const float PI = 3.1418926;
const float Amount = 1.0E+2; // คือ 1.0 * 102
const int Day = 7;
········· const int month = 12;
const float PI = 3.1418926;
const float Amount = 1.0E+2; // คือ 1.0 * 102
Last Updated (Monday, 14 February 2011 22:45)

หลักการแก้ปัญหา
